วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2553

MMM(99) Father of American gynecology

J. Marion Sims หรือชื่อตอนเกิดคือ James Marion Sims (1813-1883)


เกิดวันที่ 25 มกราคม ค.ศ. 1813 ที่เมือง Hanging Rock (ปัจจุบันคือ Heath Springs), Lancaster, South Carolina ประเทศสหรัฐอเมริกา

เขาเป็นบุตรคนแรกในบรรดาแปดคนของ John Sims กับ Mahala Mackey Sims บรรพบุรุษของบิดาเขามาจากอาณานิคมของอังกฤษ ส่วนมารดาของเขาเป็นชาวสกอต/ไอริช

เนื่องจากบิดาได้รับเลือกให้เป็นนายอำเภอของ Lancaster County ในปี ค.ศ. 1825 ครอบครัวเขาจึงอาศัยอยู่ที่นั่นและเข้าเรียนที่ Franklin Academy

ต่อมาเรียนที่ South Carolina College ในโคลัมเบียเป็นเวลาสองปีและจบในปี ค.ศ. 1832 (ที่นี่เขาตกหลุมรักกับ Eliza Theresa Jones บุตรสาวของ Barlett Jones) จากนั้นก็ไปฝึกงานกับ Churchill Jones ใน Lancaster, South Carolina และสองปีต่อมาก็ไปเรียนต่อที่วิทยาลัยแพทย์แห่ง Charleston เป็นเวลาสามเดือน

เขาย้ายไปอยู่ฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย และจบแพทย์ที่วิทยาลัยแพทย์ Jefferson ในปี ค.ศ. 1835

หลังจบเขากลับไปทำเวชปฏิบัติที่ Lancaster แต่เมื่อผู้ป่วยสองรายเสียชีวิตเขาก็ย้ายไปอยู่ที่ Mount Meigs, Montgomery County, Alabama

ค.ศ. 1835 เขากลับมาที่ Lancaster อีกครั้งเพื่อแต่งงานกับ Theresa Jones และพาไปอยู่ที่ Alabama ด้วยกัน

ค.ศ. 1846 เขาก่อตั้งคลินิกด้านนริเวชวิทยาที่ Montgomery

สมัยนั้นยังไม่มีวิธีรักษา vesico-vaginal fistula ค.ศ. 1845 – 1849 ที่ Montgomery, Alabama เขาพัฒนาการผ่าตัดเพื่อรักษาภาวะนี้กับทาสชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันสามคนคือ Anarchia, Betsy และ Lucy โดยไม่ให้ยาสลบ ผู้ป่วยรายแรกคือ Anarchia เข้ารับการผ่าตัดถึง 34 ครั้ง (ยังไม่ชัดเจนว่าตั้งใจหรือเกิดจากความล้มเหลวในการผ่าตัด) แต่ในที่สุดเทคนิคการผ่าตัดก็สมบูรณ์ที่เธอ ตามมาด้วยความสำเร็จของ Betsy และ Lucy

จากนั้นเขาก็ผ่าตัดรักษาทาสอีกหลายคนก่อนจะผ่าตัดให้กับหญิง Caucasian โดยใช้ยาสลบในการผ่าตัด

เขารายงานความสำเร็จในปี ค.ศ. 1852 (Sims JM. On the treatment of vesico-vaginal fistula. Am Jnl Med Sci 1852; 23:59-82.) ถือเป็นผู้บุกเบิกการผ่าตัดช่องคลอดยุคใหม่

การผ่าตัดนี้เรียกว่า Sims’ procedure หรือ Sims' operation เขาคิดค้นอุปกรณ์ช่วยผ่าตัดที่เรียกว่า Sims' speculum และใช้ silver sutures เพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อเรียกว่า Sims’ suture ส่วนการจัดท่าผู้ป่วยโดยให้นอนตะแคงซ้ายและงอขาขวาก็ตั้งตามชื่อเขาว่า Sims' position

นอกจากนี้เขายังคิดค้น postcoital test (PCT) เพื่อประเมินภาวะมีบุตรยากซึ่งต่อมา Max Huhner ก็บรรยายเช่นกันจึงมีชื่อว่า Sims-Huhner test

เนื่องจากป่วยด้วยอุจจาระร่วงเรื้อรัง ค.ศ. 1853 เขาพร้อมด้วยภรรยาและบุตรหกคนย้ายไปอยู่นิวยอร์กซึ่งภูมิอากาศและน้ำดีต่อสุขภาพ

ค.ศ. 1855 เขาก่อตั้งโรงพยาบาลด้านนรีเวชวิทยาแห่งแรกในสหรัฐฯคือ Woman's Hospital

ค.ศ. 1862 ช่วงสงครามกลางเมืองสหรัฐฯ เขาย้ายไปอยู่ที่ยุโรปโดยทำงานในกรุงลอนดอนและกรุงปารีสเป็นหลัก

ค.ศ. 1863 – 1866 เขาเป็นศัลยแพทย์ประจำองค์จักพรรดินี Eugénie แห่งฝรั่งเศส

เขากลับนิวยอร์กในปี ค.ศ. 1871 และต้องการรับผู้ป่วยมะเร็งแต่คณะกรรมการของ Woman's Hospital ไม่เห็นด้วย ท้ายที่สุดเขาถูกบีบบังคับให้ลาออกในปี ค.ศ. 1874 จึงออกไปตั้งโรงพยาบาลใหม่ซึ่งพัฒนามาเป็น Memorial Center for Cancer and Allied Diseases

ค.ศ. 1876 เขาได้รับเลือกให้เป็นประธานของ American Medical Association

ค.ศ. 1877 เขาได้รับเลือกให้เป็นประธานของ International Medical Congress

ค.ศ. 1880 เขาได้รับเลือกให้เป็นประธานของ American Gynecological Society

เขาเสียชีวิตที่นิวยอร์กจากโรคหัวใจในวันที่ 13 พฤศจิกายน ค.ศ. 1883 ศพของเขาฝังอยู่ที่สุสาน Greenwood ในนิวยอร์ก

หลังจาก Sims เสียชีวิตไม่นาน George Frederick Shrady (13 ม.ค. 1830 – 30 พ.ย. 1907) ก็ริเริ่มที่จะสร้างอนุสาวรีย์เพื่อเป็นเกียรติแก่เขา ทั้งเพื่อนร่วมงานและผู้ป่วยช่วยกันหาทุน ในที่สุดก็สำเร็จเมื่อปี ค.ศ. 1894 รูปปั้นของ Sims ในชุดผ่าตัดทำมาจากทองแดงเป็นผลงานของปฏิมากรชาวเยอรมัน Ferdinand von Miller the younger (1842-1929) นับเป็นรูปปั้นแรกในสหรัฐฯที่เป็นแพทย์ ตอนแรกตั้งอยู่ที่ Bryant Park แต่ต่อมาย้ายไปอยู่ที่ Central Park บริเวณตรงข้ามกับ New York Academy of Medicine ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1936 จนกระทั่งปัจจุบัน
Sims ได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งนรีเวชวิทยาของอเมริกา (Father of American gynecology) แต่นักประวัติศาสตร์บางคนไม่เห็นด้วยเพราะมองว่าเขานำทาสมาเป็นหนูทดลอง (จะตัดสินอย่างนั้นก็ลำบากใจครับเพราะนั่นมันศตวรรษที่ 19 ซึ่งสังคมต่างกับปัจจุบันมาก)


ไม่มีความคิดเห็น: